ท่ามกลางบรรยากาศร่ม รื่น สองข้างทาง ปกคลุมด้วยแมกไม้สีเขียว ที่บิดตัวตามแรงลมอย่างขี้เกียจ ร้านรวงเล็กๆ กว่าร้อยร้าน วางเรียงรายอยู่ริมถนนคอนกรีต เล็กแคบ ขนาบคูคลองที่ทอดยาว และลดเลี้ยวในสวนสงบ ภายในวัดบางน้ำผึ้งใน อันเป็นที่ตั้งของตลาดน้องใหม่นาม ‘ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง’ จุดหมายของการเที่ยวครั้งนี้
เดินทางสู่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
เราออกเดินทางตอนแปด โมงเช้า เริ่มต้นกันที่ตลาดคลองเตย นั่งรถสาย 4 สุดสายที่การท่าเรือ เดินเข้าซอยเลียบกำแพงวัดคลองเตยนอก ประมาณ 200 เมตร จะเจอท่าเรือ เสียตังค์คนละ 10 บาท เรือเล็กพาเราเลียบแล่นกลางลำน้ำเจ้าพระยา เพียง 5 นาที ก็ข้ามฟากมาถึงท่าเรือกำนันขาว
สงสัยจะเช้าเกินไป ท่าเรือจึงร้างราผู้คน คิดว่ามาผิดที่เสียอีก แต่เมื่อเดินออกจากท่าเรือ เจอะมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง ถามไถ่เส้นทาง จึงรู้ว่ามาถูกทางแล้ว ต้องนั่งมอร์เตอร์ไซด์ต่อ เสียเงินคนละ 30 บาท ส่งถึงตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ระยะทางราว 5 กิโลเมตร ระหว่างทางจะเห็นว่ามีแต่สวน ทำให้นึกถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ เกาะเกร็ด ถ้าใครเคยปั่นจักรยานที่เกาะเกร็ด จะรู้สึกได้ถึงความคล้ายคลึงกันของสองสถานที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นถนนคอนกรีตแคบขนาบด้วยสวน ผู้คน และวิถีชีวิตริมน้ำ
ตลาดน้ำช่วงเช้า ผู้คนยังไม่คึกครื้น แต่ยิ่งสายคนยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มต้นเดินตั้งแต่ปากซอย ผ่านร้านขายผลไม้ ต้นไม้ ขนมครก ฯลฯ จนเดินมาเจอแยก เราเลือกที่จะเดินทางซ้ายมือก่อน แล้วเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยกับน้ำส้มคั้นสด จิบกินให้ชื่นใจ ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ ก็ต้องแปลกใจกับขนมหวานโบราณชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ชื่อ ‘ม้าฮ่อ’ มีขายอยู่เจ้าเดียวในละแวกนี้ หน้าตาของขนมมีสองอย่างคือ สับปะรดและส้มโอ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ โรยหน้าด้วยไส้หมู แบบเดียวกับสาคูไส้หมู รสชาติอร่อยไปอีกแบบ
ถัดจากร้านนี้ มีร้านขนมหวานอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายขนมตะโก้ ขนมลูกตาล ถุงทอง แต่ที่โดนใจสุดๆ คือร้านขายวุ้น ที่ไม่ธรรมดา เพราะล้วนหน้าตาน่ารับประทานทั้งสิ้น เช่น วุ้นลูกชุบ วุ้นอันดามัน วุ้นกะทิทองหยอด วุ้นมะพร้าว และอื่นๆ อีกมาก ขนมที่อยากแนะนำอีกอย่างคือ กระเช้าสีดา ซึ่งเป็นขนมโบราณ นำแป้งปั้นเป็นกระเช้าเล็กๆ โรยหน้าด้วยมะพร้าวแก้วสีต่างๆ เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง
เดินไป ชิมไป ก่อนหยุดพักนั่งฟังดนตรีในสวน ฟังเสียงนกร้อง อีกมุมหนึ่ง พ่อแม่ลูกกำลังช่วยกันระบายสีผ้าเช็ดหน้ากันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของที่นี่ นอกจากผ้าเช็ดหน้าแล้ว มีเสื้อ และกระเป๋า ให้เลือก ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง ราคาไม่แพง สามารถซื้อความสุขได้ หากใครสนใจลองแวะเข้ามา
จากตรงนี้เราเดินต่อไป แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือคนละชาม ตบท้ายด้วยไอติมกะทิสด มะพร้าวหอม ความเก๋ไก๋อยู่ที่เจ้าของร้านไอเดียเจ๋ง นำมะพร้าวผ่าเป็นสองซีก แล้วคว้านเนื้อมะพร้าว จัดให้สวยงาม แล้วตักไอติมใส่เข้าไป เมื่อตักเข้าปากจะได้กลิ่นหอมของมะพร้าว ที่เข้ากันได้ดีกับกะทิสด ของกินอีกอย่างที่อยากให้ลองคือ หอยทอดขนมครก เป็นหอยทอดในเตาขนมครก หอม กรอบ อร่อย
อิ่มท้องกันแล้ว ได้เวลาเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ด้วยการพายเรือชมสองฝั่งคลอง ค่าเช่าเรือชั่วโมงละ 20 บาท แถมหมวกปีกกว้างและชูชีพให้ด้วย (ใช้เสร็จแล้วคืนด้วยนะคะ) ระหว่างพายเรือ โต้สายลม ฉันขอเล่าความเป็นมาของ ตลาดบางน้ำผึ้ง ให้ฟัง
ตลาดบางน้ำผึ้ง เป็นวิถีชาวบ้านเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นการคมนาคมจะใช้การสัญจรทางน้ำ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีลำคลองอยู่มาก แต่ละคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ น้ำท่าบริบูรณ์ ทำให้ผลผลิตออกมาจำนวนมาก อาทิ มะม่วง มะร้าว หมาก กล้วย มะนาว เป็นต้น ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันนำสินค้าใส่เรือมาจำหน่ายที่ปากคลอง ทำให้เกิดตลาดน้ำขึ้น
ตำบลบางน้ำผึ้ง เป็น 1 ใน 6 ตำบลในคุ้งกระเพาะหมู อยู่ในเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสุมทรปราการ เหตุที่เรียกว่าคุ้งกระเพาะหมู เพราะว่าเป็นพื้นที่สีเขียวในคุ้ง มีรูปร้างคล้ายกระเพาหมูหรือแอกวัว เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ท่ามกลางความเจริญเติบโตของ กรุงเทพมหานคร โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และยังคงความอุดมสมบูรณ์ ตามรูปแบบสวนเกษตรดั้งเดม ที่มีอยู่เพียงผืนเดียวและผืนสุดท้าย ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจึง ถือเกิดขึ้น จากแนวคิดขององค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง และประชาชนในพื้นที่ ที่มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องการตลาดน้ำ เพื่อจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรนั่นเอง
ฟังเช่นนี้แล้ว คงกระตุกต่อมอยากเที่ยว อยากกิน ได้บ้าง ไม่เชื่อ ลองไปพิสูจน์ด้วยตนเองเลยค่ะ ส่วนฉันกับเพื่อนๆ ขอไปผ่อนคลายสบายตัวกับบริการนวดแผนไทยก่อนนะคะ
ผลิตภัณฑ์โอท็อป ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านธูปหอมสมุนไพร กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา กลุ่มบางน้ำผึ้งแผนไทย – ลูกประคบ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว และ ลูกตีนเป็ด เมี่ยงคำ กลุ่มดอกไม้เกล็ดปลา ผลิตภัณฑ์จากลูกไม้ และวัสดุธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ เป็นต้น
โฮมสเตย์บางน้ำผึ้ง สัมผัสบรรยากาศเย็นสบายกับบ้านโฮมสเตย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ชิดธรรมชาติ ฟังเสียงคลื่น เสียงนกร้อง และทำบุญตักบาตรตอนเช้า ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 02 461 0843 และ 02 461 3341
การเดินทางไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
1. มาทางสี่แยกบางนา ถนนสรรพวุธ เมื่อสุดถนนสรรพาวุธ ท่านนั่งเรือข้ามฟากมาวัดบางน้ำผึ้งใน หรือ วัดบางน้ำผึ้งนอก แล้วนั่งมอร์เตอร์ไซด์มาลงที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
2. ขับรถมาทางถนนปู้เจ้าสมิงพราย ขึ้นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมรอบนอกมาลงที่ ถนนสุขสวัสดิ์ และมาทางสามแยกพระประแดง เลี้ยวมาทางที่ว่าการอำเภอพระประแดง เลี้ยวซ้าย ตรงมาประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวา ถนนเพชรหึงษ์ 26 ขับตรงมา สังเกตซ้ายมือเลี้ยวเข้าซุ้มประตูวัดบางน้ำผึ้งใน ตามเส้นทางจะมีป้ายบอก
3.ลงทางด่วนบางนา – ดาวคะนอง ลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ ขับรถมาเรื่อยๆ พอถึงสามแยกพระประแดง เลี้ยวซ้ายเข้ามาทางที่ว่าการอำเภอพระประแดง เลี้ยวซ้าย ตรงมาประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาถนนเพชรหึงษ์ 26 ขับตรงมา สังเกตซ้ายมือเลี้ยวเข้าซุ้มประตูวัดบางน้ำผึ้งใน ตามเส้นทางจะมีป้ายบอก
4.ขึ้นรถประจำทางสาย 6, 20, 82, ปอ 506, 20, 82 และ 138 ไปลงที่พระประแดง แล้วต่อรถสายพระประแดง – บางกอบัว ไปลงที่ทางเข้าวัดบางน้ำผึ้งใน จากนั้นต่อมอร์เตอร์ไซด์รับจ้างเข้าไป
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.บางน้ำผึ้ง โทรศัพท์ 02 819 6762 และ 02 4613 254

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น